2007/Mar/27

-เมื่อตะวันลาลับ-

(Sunset)

Short fiction by Melody


-1-


"เธอหายไปอยู่ไหน นิม"
ข้อความปรากฏบนจอภาพของเครื่องมือขนาดกระทัดรัดที่หล่อนถือในมือ
สายตาของหล่อนคล้อยเคลื่อนขึ้นไปบนท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสี แสงสีส้มของพระอาทิตย์ที่เคลื่อนลงต่ำสาดส่องสว่างทำให้หล่อนต้องกระพริบตาถี่ การปรับสายตาต่อแสงสว่างไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหล่อน
แขนขาของหล่อนไร้เรี่ยวแรงที่จะขยับ หล่อนรู้สึกเหมือนถูกบีบอัด อยากจะกรีดร้องออกมาดังๆแต่ในลำคอกลับแห้งผาก
นี่ใช่ไหมที่เรียกว่าความเจ็บปวด? นานมาแล้วที่หล่อนเคยสงสัย ว่าทำไมหล่อนถึงเกิดความรู้สึกเหล่านี้ได้ ความสุข ทุกข์ กลัว เศร้า...
และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่หล่อนเกิดความรู้สึกเหล่านั้น....

.

.


"เธอช่างสมบูรณ์แบบ"
เขาเคยเอ่ยเช่นนี้กับหล่อน...

.

.


"เธอรักฉันมั๊ย นิม"
"ค่ะ เจ้านาย"
.
.
"เลิกเรียกฉันว่าเจ้านายเถอะ นิม"
"งั้น คุณจะให้ฉันเรียกว่าอะไรคะ?"
"..'ไคล์'... ชื่อของฉันไง"
"ค่ะ... ไคล์"

.

.


เขาคือ 'ผู้ให้กำเนิด'
ผู้สอนให้หล่อนรู้จักโลกกว้าง
หลายสิบปีมานี้หล่อนเติบโต เรียนรู้ และอยู่เคียงข้างเขา
หล่อนพัฒนาความรู้สึกรักที่มีต่อตัวเขาเพิ่มมากขึ้น ดั่งที่เขาต้องการให้เป็น...

.

.

-2-


"มาหาฉันหน่อย"
ข้อความปรากฏขึ้นอีกครั้ง หล่อนกดปิดข้อความแล้วหันหลังกลับ ผมยาวสีทองปลิวสยายตามแรงลม ต้องประกายของแสงอาทิตย์ระยิบระยับ
ร่างสูงโปร่งของหล่อนเคลื่อนหายไปจากสถานที่นั้น...

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ
"มาแล้วค่ะ ไคล์" เสียงอ่อนหวานของหล่อนเล็ดลอดมาจากนอกห้อง
"เข้ามาสิ ที่รัก" เขาพูด
ประตูเลื่อนออกโดยอัติโนมัติ
ปรากฏร่างๆหนึ่งนอนบนเตียง หล่อนเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ และนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกายเขา

"ไปไหนมานิม ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวทั้งวันเลย" เขาตัดพ้อ
ไม่มีคำตอบจากปากของหล่อน หล่อนได้แต่กุมมือของเขาไว้ และนำมาแนบที่แก้มอันอ่อนใสของหล่อน พลันหยดน้ำอุ่นๆก็พาลไหลออกมาจากดวงตากลมโตสีฟ้าคู่นั้น ใบหน้าอ่อนเยาว์ของหล่อนช่างดูสวยงามแม้กระทั่งเวลาร้องไห้
"เป็นอะไรไปสาวน้อย..." เจ้าของเสียงอันอ่อนแรงกล่าว
"ในที่สุดก็มีวันนี้นะ... วันที่เธอหลั่งน้ำตา... " บนใบหน้าเขาปรากฏยิ้มเศร้าๆ และรอยเหี่ยวย่นจากวัยชรา
"เราคุยกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ? นิม"

หล่อนยิ้มทั้งน้ำตา...
คุณมันเห็นแก่ตัว...
คุณสร้างฉัน เพื่อเป็นตัวแทนของเธอคนนั้นที่จากคุณไป คุณสามารถสร้างฉันให้มีความคิด อารมณ์ ความรู้สึก และรักคุณได้ ฉันสามารถยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ แต่คุณก็ไม่สามารถทำให้ฉันเติบโตและแก่ลงไปเหมือนคุณได้
คุณโกหกฉัน ที่ว่าฉันสมบูรณ์แบบ แท้จริงมันไม่ใช่เลย...

.

.


-3-


เมื่อตะวันลาลับอีกครา...
เขาก็จากไป...
หล่อนยังคงยืนอยู่ในสถานที่แห่งนั้น...
ที่ๆเขาและเธอเคยมานั่งมองตะวันที่กำลังจะลาลับด้วยกันบ่อยๆ

"รู้มั๊ยนิม... " หล่อนนึกถึงประโยคแรกที่เขาเอ่ย เมื่อครั้งแรกที่เขาพาหล่อนมา
"นี่เป็นที่ๆฉันพา 'เธอ' มานั่งดูดวงอาทิตย์ตกเป็นประจำ... เธอเป็นผู้หญิงที่พิเศษมากจริงๆ และฉันก็รักเธอมากเหลือนเกิน... เสียดายที่เธออายุสั้นนัก... เธอช่างเหมือนกันเหลือเกิน นิม"
ใบหน้าเขาตอนนั้นยังไม่มีรอยเหี่ยวย่นของวัยชรา เขาแลดูเยาว์วัยกว่าหลายเท่า และแข็งแรง เขาโอบกอดเธอในอ้อมแขน น้ำตาของเขาไหลริน หล่อนได้แต่เฝ้ามองด้วยความสงสัย...
เวลาล่วงเลย หล่อนจึงเข้าใจว่าความรักนั้นเป็นเช่นไรทำไมคนเราจึงร้องไห้เสียใจเมื่อคนรักจากไป... หล่อนเห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นการเจริญวัย จนกระทั่งเวลานี้ที่เขาร่วงโรยจากไป...

ท้องฟ้าสีส้มปรากฏขึ้นอีกครา สายลมเย็นพัดมาให้ผมสีทองของหล่อนปลิวสยายต้องแสงอาทิตย์อีกครั้ง...
หล่อนเปิดกล่องใบเล็กที่เขามอบให้ก่อนจากไปออกมา ข้างในปรากฏกระดาษแผ่นเล็กๆ และแหวนทองวงหนึ่ง

" ถึงนิม
สาวน้อยของฉัน...

ตลอดเวลาที่มีเธออยู่ ฉันมีความสุขมากเลยนะ
เธอเติมเต็มชีวิตฉัน ฉันดีใจที่มีเธออยู่ข้างๆคอยช่วยเหลือและเป็นทุกๆอย่างสำหรับฉัน
ฉันเสียใจจริงๆที่ไม่สามารถจะอยู่กับเธอได้ตลอดไป...
ชีวิตของมนุษย์มีขีดจำกัด ร่างกายร่วงโรยตามกาลเวลา...
ฉันคงเหมือนคนเห็นแก่ตัวสำหรับเธอสินะ ที่สร้างเธอขึ้นมาแล้วจะต้องตายจากเธอไป
ฉันเสียใจที่ไม่สามารถทำให้เธอแก่ไปพร้อมๆฉันได้
ถึงฉันจะสร้างเธอขึ้นมาจากความทรงจำที่มีแด่คนรักเก่าของฉัน แต่ฉันอยากให้เธอรู้ไว้ว่า ฉันรักเธอนะ
แหวนวงนี้ ฉันมอบแด่เธอในฐานะของ 'ภรรยา' ของฉัน ภรรยาที่ฉันอยู่ร่วมชีวิตมาด้วย 54 ปี
ถ้าไม่มีเธอ ชีวิตที่ผ่านมาฉันคงว่างเปล่า... ขอโทษที่ไม่มีโอกาสได้สวมแหวนวงนี้ให้เธอเอง

รัก
ไคล์"

หล่อนสวมแหวนวงนั้นบนนิ้วนางข้างซ้าย

"ขอบคุณค่ะ ที่รัก
ฉันก็คงจะอยู่ต่อไปไม่ได้โดยปราศจากคุณ..."

สีส้มของท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเทา...
ภาพตรงหน้าค่อยๆเลือนลาง
ในที่สุดดับลง เมื่อตะวันลาลับ....

.

.


แรงบันดาลใจจาก Bicentennial Man ของ Isaac Asimov ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet


อืม.........
รู้สึก..เจ็บปวดกับคำว่า "สมบูรณ์แบบ" จังเลย..
#38 by |:| ShaKo |:| At 2007-07-08 10:30,
มาส่งความคิดถึงกระสอบใหญ่จ้า
ไว้ว่างๆก็ค่อยเข้ามาทักทายกันก็ได้ค่ะ
งานยุ่งๆก็ไม่เป็นไรน๊า
ยังไงก็หาเวลาพักผ่อนบ้างนะคะ
คิดถึง+ห่วงใยเสมอค่ะ
#37 by ~ขอแค่ได้ฝัน~ At 2007-04-05 15:05,
อยากอ่านอีกๆๆๆๆๆ

รอๆๆๆๆๆค่ะ
#36 by Tabitha Vixx At 2007-04-04 22:51,
ในกรุงเทพแค่ข้าวฟากถนนอาจเดินเป็นชั่วโมง
หลอกว่าจะเขียนเอนทรี่นี้เป็นเอนทรี่สุดท้ายอะครับ พอมาอ่านคอมเมนท์รู้สึกผิดเล็กน้อย ทำคนตกอกตกใจ แหะๆ
#34 by เชน หยินและหยาง At 2007-04-03 18:34,
มาลาชั่วคราวค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะค๊า
มีความสุขมากๆในหน้าร้อนนี้คะ
คิดถึงค่ะ
#33 by ~ขอแค่ได้ฝัน~ At 2007-04-03 12:30,
เพิ่งแวะไปวนๆ ที่บ้านหลังเก่าของเธอมานะ

เราว่าที่นั่น มันยังอบอุ่นอยู่นะ

อย่าปล่อยให้เงียบนานนะ

เราคิดถึงอารมณ์อุ่นๆ
#32 by แสงแดด At 2007-04-03 02:27,
สุดยอดเลยครับ ผมก็แฟนอาซิมอฟเหมือนกัน
บอกได้เลยว่าสำนวนนี่พอจะเป็นทายาทนิยายของอาซิมอฟได้เลย
อ่านแล้วได้อารมณ์และลื่นไหลมากๆ

แล้วเขียนให้อ่านอีกนะครับคุณเมโลฯ

= )
#31 by ninetynine-phoenixs At 2007-04-02 22:17,
อยู่หนายค๊า...
#30 by ~ขอแค่ได้ฝัน~ At 2007-04-02 17:54,
โฮกกก!!!
น่าสงสารนิมจัง


กินใจมากๆคับ ซึ้งๆ
น้ำตามันมาจากไหน..ไม่รุ้ตัว....


+คิดถึงเพลงประกอบ Bicentennial Man ที่ซีลีน ดิออนร้อง..
#28 by Tabitha Vixx At 2007-04-02 00:53,
มาชวนไปหม่ำข้าวเย็นกันคะ
#27 by NunUCH ღ¸ღ MaiKu At 2007-04-01 20:04,
แวะมาส่งยื้มกว้างๆแทนความคิดถึงค่ะ
^________^
#26 by ~ขอแค่ได้ฝัน~ At 2007-04-01 19:48,
กลับสู้exteeแล้วจ๊า มารายงานตัว
ความรัก ถ้ามสมหวัง ก็ดี
ส่วนที่ผิดหวัง ก็ยังมีส่วนดี

เรายังเรียนรู้อะไรได้จากความผิดหวังนั่น

เรื่องราวที่อ่านในคืนนี้
เราพูดไม่ออกเลย รู้สึกอย่างเดียวคือ

#24 by แสงแดด At 2007-04-01 01:52,
inspiration
#23 by goody At 2007-03-31 19:40,
ขอบคุณมากนะคะที่เข้ามาเมนท์เป็นคนแรก
หลายครั้งแล้วเนอะ คราวนี้นิคก็ทายถูกอีกตามเคยค่ะ
ดีใจจัง..อย่าลืมมาอัพนะคะ รออ่านอยู่ค่ะ
#22 by ~ขอแค่ได้ฝัน~ At 2007-03-31 18:29,
มาตามต่อ เผื่อจะมี ภาค 2
#21 by NunUCH ღ¸ღ MaiKu At 2007-03-31 18:08,
จะมีตอนต่อไปมั๊ยคะ
รอติดตามนะค๊า
#20 by ~ขอแค่ได้ฝัน~ At 2007-03-31 17:51,
พึ่งจะหาคอมเม้นเจอ
น่าอายจริงๆ

เรื่องยาวยังไม่ได้อ่าน
แต่ที่นี่รูปสวย...
เหงาๆ เศร้าๆ แต่ก็อุ่น
#19 by julluj At 2007-03-31 11:03,
ติดเมเปิ้ล คะ
แหะๆๆๆๆ
#18 by ฟ้าบ่กั้น At 2007-03-31 09:42,
นี่แหละหนา ความรัก


แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ
#17 by ป้า ท่อ At 2007-03-30 22:22,
ฟิคสวยคะ .. . จบเศร้าจังนะคะ .. .
อยากแต่งฟิคเหมือนกันคะ แต่ยังหาแรงบันดาลใจไม่ได้
#16 by ,, สายรุ้ง ,, At 2007-03-30 19:57,
ซึ้งจังเลยค่ะ
ถ้าคนที่เรารักต้องจากเราไปตราบนานแสนนาน
ถึงเวลานั้น..เราเองจะทำใจได้มั๊ยนะ
#15 by ~ขอแค่ได้ฝัน~ At 2007-03-30 14:34,
ความรักมี 2 อย่างจริงๆ ไม่สุข ก็ ทุกข์ ..
เรื่องนี้สุขปนเศร้านะคะ
...
มีคนบอกว่า คนที่มีคู่น่ะ ก็มีทั้งสองอย่าง
แต่ถ้าจะให้เทียบแล้วทุกข์ใจมีมากกว่าสุขใจ .. คนพูดนี่ อายุ 60 นิดหน่อยๆ แล้ว
.. ฟังแล้วก็เชื่อตามนั้น เพราะมีให้เห็นอยู่กับคนใกล้ชิด เพื่อนบอกว่า คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า
อยู่แบบสุขใจๆ คนเดียวได้ละดีที่สุด ไม่ต้องเอาเรื่องของใครอีกคนมาทุกข์ใจอีก
.. เราฟังแล้วก็ หรอ อ๋อ จบด้วย เออ คงจะจริงนิ
#14 by moodee At 2007-03-30 09:06,
นักเขียนนี่
#13 by fuxsuxlux At 2007-03-29 17:56,
ติดใจเรื่องประโยคที่ว่า
"เธอช่างสมบูรณ์แบบ"
ดูสะเทือนใจจังเลยค่ะ
คำว่า 'สมบูรณ์แบบ' ของไคล์อาจจะหมายถึงความสมบูรณ์แบบทางร่างกายและจิตใจ แต่สำหรับเธอแล้ว เธอรู้ตัวว่าเธอไม่สมบูรณ์แบบ แบบนั้นจริงๆ ตรงที่เธอไม่สามารถอยู่ต่อไปได้โดยไม่มีเขา

ขอบคุณสำหรับเรื่องสั้นดีๆเรื่องนี้นะคะ
#12 by S n o w At 2007-03-29 09:59,
#11 by ฟ้าบ่กั้น At 2007-03-29 09:45,
อ่านจบแล้วไม่รู้จะบอกว่าเศร้า หรือ สุขดี แต่ ชอบตรีมเรื่องมาก

ซึ้งดี

ดวงตะวันสีแดง แทนความมหายได้ดี อบอุ่น อ้างว้าง แล้วแต่สัมผัส
#10 by ลนล At 2007-03-28 19:08,
ซาบซึ้งจังค่ะ

อ่านแล้วปลง

เราควรจะทำสิ่งดีๆไว้ให้มากๆ

แบ่งปันความรักให้กับทุกคน

มีคนเคยบอกว่า ชีวิตเรามันก็แค่พริบตาเดียวของดวงจันทร์เท่านั้นเอง


...สงสารนิมจังเลยค่ะ ... แต่คำบรรยายมันถ่ายทอดออกมาได้สละสลวยจนดูอ่อนโยนมากกว่าเศร้าใจ

ชอบเรื่องนี้จัง ขอบคุณนะคะ
#9 by pure art At 2007-03-28 18:30,
อ่านแล้วซาบซึ้งจังคะ

Romantic จริงๆ เลย
#8 by NunUCH ღ¸ღ MaiKu At 2007-03-28 14:05,
น่าอ่านน่าดู
--
นี่คุณ

เอ็นทรี่วันนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากคุณนะ

close your eyes

..and listen to the rain.
--

#7 by goody At 2007-03-28 13:49,
เขียนซึ้งดีจังครับ ชอบครับ
#6 by นายฉิม At 2007-03-28 13:40,
ชอบภาพอะ อ่านแล้วอยากมีแฟน
#5 by Sa gwa At 2007-03-28 13:24,
เหมือนอ่านนิยาย Romantic si-fi เลยครับ แต่สนุกชวนให้ติดตาม มีหักศอก หักมุมจนหยดสุดท้าย ขอให้เรื่อง 4* ครับผม

ยิ้มชอบจัง
ประทับใจมากเลยครับ

พี่ชอบหนังเรื่องนี้มากๆเหมือนกัน จัดเป็นหนังโปรดตลอดกาลเลย
#3 by เชน หยินและหยาง At 2007-03-27 22:47,
ซึ้งจิงๆเลยค่ะ

ความรักหนอความรัก
อิอิ
ซึ้งจับใจ

คิดถึงคนรักที่เราอาจเคยเดินตามเขาไปได้ทุกหนทุกแห่ง
แล้วเมื่อถึงที่สุดท้ายที่เราไม่อาจเดินตามได้มันเศร้ามากๆเลยน่ะ